การแยกทางบางทีก็เป็นเรื่องที่ดี

นักเตะหลายคนบางครั้งอยู่กับสโมสรที่ตัวเองรักก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จตลอดไป ดังตัวอย่างล่าสุดที่เราได้เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า คิงสลี่ย์ โกม๊อง ปีกทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งหากใครเป็นแฟนบอลเสือใต้คงต้องรู้จักเค้าดี เพราะตอนที่บาเยริน์ซื้อเค้ามาจากสโมสรปารีส แซงแชร์แมงค์ นั้นตั้งใจจะนำมาทดแทนการโรยรา  ของฟร้อง ริเบอรี่ ซึ่งก็ต้องชมสายตาอันยาวไกลของบอร์ดบริหารเสือใต้บาเยริน์มิวนิค

ซึ่งมองขาดในเรื่องนี้และได้ดึงนักเตะคนนี้มาจากทีมปารีส ซึ่งหลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ วันที่ตัวเค้าเองได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงด้วยการคว้าแชมป์เปี้ยนลีกได้เป็นผลสำเร็จและนำมาประดับบารมีในอาชีพนักฟุตบอลของตัวเอง ซึ่งรางวัลและเกียรติยศนี้แน่นอนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่นักฟุตบอลต้องการจะมี และที่ยอดเยี่ยมไปกว่านั้น ตัวเค้าเองเป็นคนยิงประตูชัยให้ทีมได้แชมป์ด้วย มันยิ่งเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำเข้าไปใหญ่

แต่มันติดอยู่ที่หัวใจนี่แหละที่ตัวเค้าเองได้บอกว่า มันเป็นคำคื่นที่ยอดเยี่ยม และประวัติศาสตร์คงจารึกไว้ว่าเค้าคือคนยิงประตูช่วยให้ทีมได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก แต่มันดันเป็นประตูชัยที่เค้ายิงทีมที่เค้ารักมากที่สุดในชีวิต เพราะตัวเค้าเองนั้นเติบโตมาจากสโมสรปารีสแซงแชร์แมงค์ตั้งแต่อะคาเดมี่ ก่อนที่จะถูกดันขึ้นชุดใหญ่ในเวลาต่อมา

อีกทั้งด้วยความที่เค้าเกิดที่เมืองปารีสตั้งแต่กำเนิดแล้ว ยิ่งทำให้เค้ามีความรักและผูกพันกับสโมสรนี้เป็นอย่างมาก แต่กระนั้นก็เถอะถึงแม้ว่าเค้าจะรักสโมสรปารีสเพียงใด และเคยคิดไว้ถึงขนาดที่ว่าเค้าจะเล่นให้กับสโมสรปารีส เพียงสโมสรเดียวไปตลอดชีวิต

แต่เส้นทางนักฟุตบอลในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเพราะการที่ทางสโมสรทุ่มเงินมหาศาลซื้อตัวซุปเปอร์สตาร์อย่าง เนย์มาร์ จากสโมสรบาร์เซโลน่าเข้ามาร่วมทีม และเนย์มาร์เอง มันคงดีที่ทีมที่เค้ารักมีนักเตะเก่งๆ เพิ่มขึ้นมา แต่การที่เนย์มาร์ ก็เล่นตำแหน่งเดียวกับเค้า มันจึงทำให้การที่เค้าจะได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริงมันริบหรี่ลงทันที

และในเวลานั้นมันก็มีข้อเสนอจากยักษ์ใหญ่ เสือใต้เข้ามาเพื่อดึงเค้าไปเป็นตัวแทนฟร้อง ริเบอรี่ มันจึงเป็นการตัดสินใจในช่วงนั้นที่ค่อนข้างสับสน ว่าเค้าจะทำอย่างไรดี แต่วันนี้คำถามที่เกิดขึ้นในตอนนั้น มันได้รับคำตอบแล้วว่า การตัดสินใจแยกทางกับสโมสรที่เค้ารักมากที่สุด มันกลับทำให้เค้าก้าวขึ้นมาเป็นระดับแนวหน้าของวงการฟุตบอลได้ในปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  alpha88

สิ่งที่เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในบอลโลก2002

เหตุการณ์ต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2002 นั้นถือว่าล้วนเป็นเหตุการณ์ที่แฟนบอลนั้นจะต้องจะต้องจำได้ฝังใจแน่นอนและในปีนั้นถือว่าเป็นความล้มเหลวของฟุตบอลโลกอย่างมาก เมื่อมีการจัดการแข่งขันและประเทศที่ได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพปีนั้นก็คือประเทศเกาหลีใต้และประเทศญี่ปุ่น

นับว่าเป็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกในทวีปเอเชีย และเป็นครั้งแรกของ 2 ประเทศในเอเชียด้วย ถือว่าเป็นปีที่เต็มไปด้วยเหตุการณืที่น่าตื่นเต้นอย่างมากมาย เพราะในการแข่งขันปีนี่นมีทีมน้องใหม่อย่างเซเลกัลที่ได้รับความนิยมและเป็นกระแสฟุตบอลโลกในครั้งนั้นอย่างมาก

ไม่เพียงเท่านี้ทีมชาติตุรกีก็มาแรงไม่แพ้กัน พวกเขาสามารถแสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสามารถเข้าไปสู่รอบลึกๆของฟุตบอลโลกในครั้งนั้นได้ด้วย และสิ่งที่ทำให้แฟนบอลนั้นตื่นเต้นและเป็นสิ่งที่น่าจดจำไม่แพ้กันก็คือ การพ่ายแพ้ของแชมป์เก่าอย่างฝรั่งเศสนั่นเอง โดยในปีนั้นฝรั่งเศสแพ้และตกรอบแรกไปอย่างน่าใจหาย ทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่นั้นอึ้งไปตามๆกันเลยก็ว่าได้

ฟุตบอลโลกในปี 2002 นั้นถือว่าเกิดความล้มเหลวอย่างมากเพราะไม่เพียงแต่ฝรั่งเศสเท่านั้นที่แพ้และตกรอบไปแต่ทีมใหญ่ๆหลายทีมนั้นก็ไม่สามารถเข้าไปสู่รอบลึกๆได้มีเพียงอิตาลีที่ได้เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศแต่สุดท้ายแล้วนั้นก็แพ้ให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ไปอย่างน่าเสียดายและเมื่อการแข่งขันจบลงนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ฟุตบอลโลกในครั้งนั้นไม่จบตามไป

เนื่องจากในการแข่งขันเกมส์ฟุตบอลในนัดที่เกาหลีใต้พบกับอิตาลีนั้น มีความผิดปกติในการแข่งขันอย่างเห็นได้ชัดเจนเพราะในการแข่งขันครั้งนั้นทีมชาติอิตาลีถือว่ามาด้วยกองทัพที่ครบเครื่องและแต่ละตัวของทีมชาติอิตาลีนั้นถือว่าฝีเท้าแต่ละคนไม่ธรรมดาและยังเป็นดาวรุ่งของวงการฟุตบอลในตอนนั้นอีกด้วยและคาดการกันว่าทีมชาติเกาหลีนั้นอาจจะต้านทานความครบเครื่องของทีมชาติอิตาลีไม่ไกวอย่างแน่นอน

แต่แล้วเมื่อนกหวีตดังและเกมส์การแข่งขันเริ่มขึ้นแมตส์แห่งความหายนะก็เกิดขึ้นทันใด เริ่มจากคนแรกที่ทำมห้เกมส์นี้นั้นผิดปกติไปก็คือผู้ตัดสินในเกมส์นี้นั่นเอง โดยเขานั้นมีชื่อว่าไบร่อน โมเรโน่ ในเกมส์นั้นผู้เล่นฝั่งเกาหลีเข้าใส่ผู้เล่นฝั่งอิตาลีอย่างไม่ยั้งเลยก็ว่าได้อีกทั้งยังเล่นแรงแบบที่ไม่เคยเห็นการแข่งขันในครั้งในในบอลโลกมาก่อนเลยทีเดียว ถึงขั้นเลือดตกยางออกแต่กรรมการนั้นก็ไม่ได้มีการปรับฟาร์วหรือให้ใยแดงกับทีมชาติเกาหลีแต่อย่างใด

เมื่อเกมส์การแข่งขันจบลงที่สกอร์1-1 ทำให้ต้องใช้กฏการต่อเวลาด้วย Golden Goal ในช่วงของการต่อเวลานั้นอิตาลีสามารถยิงได้แต่ไลน์แมนยกธงขึ้นทันทีว่าล้ำเส้นทั้งที่มองยังไงก็ไม่ล้ำจนในที่สุดเกาหลีก็สามารถเอาชนะไปด้วยลูกโหล่งทำให้เกมส์การแข่งขันในครั้งนั้นจบลงและทำให้เกาลีใต้นั้นชนะอิตาลีไปอย่างงุนงง ก็ถือว่าเป็นบอลโลกที่เป็นที่จดจำและฝังใจแฟนบอลทั่วโลกมาก

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

รองเท้าทองคำในเวทีที่สาม

นักเตะที่ได้รับการยอมรับที่สุดว่าเก่งที่สุดในโลกนั้น ไม่ใช่นักเตะที่ชนะฟุตบอลโลก หรือนักเตะที่ชนะฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติของยุโรป หรือของอเมริกาใต้แต่อย่างใด แต่นักเตะที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดนั้น จะต้องเป็นการที่เจ้าตัวแสดงความสามารถออกมาเป็นที่ประจักษ์ให้คนทั่วโลกได้เห็นและมีการยอมรับจากทั้งตัวผู้จัดการทีมของแต่ละสโมสรหรือเพื่อนร่วมอาชีพ

ซึ่งตรงจุดนั้นก็จะมีการโหวตกัน แต่อีกตำแหน่งหนึ่งที่พิสูจน์กันแบบให้เห็นโดยไม่ต้องรับการโหวตจากใครๆนั่นก็คือ ตำแหน่งรองเท้าทองคำ ซึ่งเป็นการวัดจำนวนการยิงประตูที่ยิงได้มากที่สุดในแต่ละฤดูกาลของนักเตะคนใดคนหนึ่ง ซึ่งนับรวมการยิงประตูในประเทศตัวเอง และการแข่งขันฟุตบอลยุโรปด้วย ซึ่งในเวลานี้นั้น มีนักเตะคนหนึ่งที่กำลังจะทำสถิติคว้ารองเท้าทองคำได้ในฐานะที่เล่นกับสามสโมสร นั่นก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าของ CR7 นักเตะทีมชาติโปรตุเกสนี่เอง

เพราะในเวลานี้นั้น นักเตะคนนี้สามารถคว้าตำแหน่งรองเท้าทองคำมาได้แล้วถึงสี่สมัยด้วยกัน ซึ่งครั้งแรกนั้นเค้าทำได้ในสมัยที่เล่นในศึกพรีเมียร์ลีกประเทศอังกฤษ กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะมาคว้าอีกสามสมัย ในช่วงที่เล่นกับราชันชุดขาว รีลมาดริด ในศึกลาลีกา ประเทศเสปน

และในเวลานี้การที่เค้ามาได้เล่นกับม้าลายยูเวนตุส นั้น มันเป็นโอกาสที่จะทำให้เค้าสามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่สามารถคว้ารางวัลรองเท้าทองคำได้กับสามลีกดังของยุโรป ซึ่งถึงแม้ว่าเค้าจะมีคู่แข่งที่น่ากลัวอยู่หลายคนไม่ว่า จะเป็น ลีโอเนล เมสซี่ ของบาร์เซโลน่า จากศึกลาลีกาในประเทศเสปน หรือจะเป็น โรเบริต์ เลวานดอฟกี้ ศูนย์หน้าชาวโปแลนด์ จากสโมสรเสือใต้ บาเยริน์ มิวนิค ในศึกบุนเดสลีกา ในประเทศเยอรมัน

ล้วนเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองของเค้า แต่ด้วยความเก่งกาจของโรนัลโด้นั้น เชื่อว่าตัวเค้าเองจะมีโอกาสทำได้อย่างแน่นอน เพราะด้วยการเล่นที่ยังคงดุดัน บวกกับความทะเยอทะยาน ที่ไม่มีวันยอมแพ้ใคร ซึ่งจะเห็นได้ว่าเพียงแค่ฤดูกาลแรกที่เค้าย้ายมาจากราชันชุดขาวนั้น หลายคนคิดว่า ตัวโรนัลโด้ เองนั้นน่าจะโรยรา

แต่ที่ไหนได้นักเตะคนนี้ยิงประตูเป็นว่าเล่น เพียงแค่ฤดูกาลเดียวก็ยิงไปแล้วถึงสามสิบสี่ประตู ดังนั้นเชื่อว่าหากเจ้าตัวยังคงมุ่งมั่นอยู่แบบนี้ การที่นักเตะคนนี้จะคว้าตำแหน่งรองเท้าทองคำเป็นสมัยที่ห้า กับสโมสรที่สาม และทำสถิติคนแรกได้ด้วยนั้น คงไม่ยากเกินไป

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนสด บาคาร่า

รักทีมเดิมหรือไม่มีทีมไหนต้องการตัวกันแน่ ?

         ข่าวของนักฟุตบอล  โรบินโญ่  นักฟุตบอลวัย 36 ปี  ได้มีการขอย้ายไปอยู่กับทีมซานโตส ซึ่งแต่เดิมนั้นเขาเป็นนักฟุตบอลที่ไม่ได้สังกัดกับทีมไหนเนื่องจากว่าหมดสัญญากับ ทีม อิสตันบูล  บาซัคเซเฮียร์ กไก่มาเป็นนักเตะไม่มีสังกัดและยังคงไม่ได้เซ็นสัญญากับทีมไหนเลยแต่ในที่สุดก็มีข่าวออกมาว่าเขาได้ไปทำการเซ็นสัญญากับสโมสรเดิมที่เขาเคยเริ่มต้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกซึ่งเป็นสโมสรที่เขาอยู่ทีมแรกตั้งแต่ตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้นเอง

      สโมสรดังกล่าวนั้นคือสโมสรซานโตสซึ่งสโมสรนี้นั้นเป็นสโมสรที่เล่นอยู่ในลีกของบาร์เซโลน่า ซีรีส์เอ และข่าวเรื่องการย้ายเข้าไปอยู่ทีมสโมสร ซานโตส  ของโรบินโญ่คงจะไม่ดังถ้าหากว่าค่าตอบแทนที่เขาได้รับนั้นเพียงแค่ประมาณเดือนละ 2 ล้านปอนด์เท่านั้นเองซึ่งนับได้ว่าเป็นค่าตัวที่น้อยมากตั้งแต่ที่โรบินโญ่ได้เป็นนักเตะมา

     ที่สำคัญหากมีการเปรียบเทียบเสียงที่เขาสะสมมาตั้งแต่อายุ 12 ปีจนมาถึงปัจจุบันนี้เขาอายุ 36 ปีแล้วเขามีประสบการณ์โชกโชนอย่างมากเขาเป็นนักเตะมากความสามารถที่สามารถเลือกได้เลยว่าอยากอยู่กับสโมสรไหนแต่ในขณะนี้ การที่เขาเลือกที่จะมาอยู่สโมสรเดิมที่เขาอยู่ครั้งแรกและเลือกที่จะได้รับค่าตัวเพียงแค่ 200 ปอนด์ต่อเดือนก็ทำให้หลายคนนั้นเกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก

         อย่างไรก็ตามเขาได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าสาเหตุที่เขารับค่าตัวน้อยนั้นเพราะเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องของเงินทองแต่อย่างใดเพียงแต่ว่าเขาอยากกลับมาอยู่กับสโมสรเดิมที่เคยปั้นเขามาแล้วเป็นสโมสรแรกในชีวิตของเขาที่ให้เขาเข้ามาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพและสามารถทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงปัจจุบันนี้  ทางด้านโรบินโญ่ยังบอกอีกด้วยว่าเขาต้องการที่จะมาช่วยเหลือทางสโมสรให้สามารถคว้าแชมป์ได้โดยเขาจะช่วยเหลือสโมสรให้ไปสู่แชมป์อย่างสุดความสามารถ 

              ไม่ว่างานที่สโมสรอยากจะให้ช่วยเหลืออะไรทั้งเกี่ยวกับงานในสนามและงานนอกสนามเขาก็จะดูแลสโมสรอย่างเต็มที่นั่นเองดังนั้นเกี่ยวกับเรื่องของเงินที่ได้รับผลตอบแทนอันน้อยนิดที่หลายคนตกใจนั้นจึงไม่ใช่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลยยังไงแล้วก็ตามเขายืนยันว่าเขาจะช่วยเหลือสโมสรซานโตสให้สโมสรนั้นสามารถคว้าแชมป์ บราซิเลียโร่ ลีก ซีรีส์เอ ได้อย่างแน่นอนในฤดูกาลนี้

เพราะว่าสโมสรนี้เป็นสโมสรที่อยู่ในบ้านเกิดของเขาเพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะไปมีประสบการณ์จากที่ไหนมาขายที่สุดแล้วเขาก็ต้องกลับมาช่วยเหลือบ้านของเขาอย่างแน่นอน 

         และถึงแม้ว่าทางด้านโรบินโญ่จะออกมาให้ข่าวในลักษณะของการรักบ้านเกิดเมืองนอนมากถึงขนาดที่ยอมลดค่าตัวของตนเองเพียงแค่ 200 ปอนด์เพื่อที่จะได้อยู่กับทีมในบ้านเกิดแต่หลายคนก็เกิดความสงสัยกับค่าตัวอันน้อยนิดของเขานี่ว่าแท้ที่จริงแล้วด้วยอายุที่มากขึ้น 36 ปีของเขาทำให้ไม่มีสโมสรไหนรับเขาเข้าร่วมทีมหรือไม่ที่ทำให้เขาตัดสินใจรับเงินค่าเหนื่อยเพียงแค่ 200 ปอนด์เพื่อที่จะได้มีสโมสรให้เขายังคงสามารถเตะฟุตบอลได้อยู่นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

คนสุราษฎร์แห่ถ้วยจัดฉลอง หงส์

เหล่าสาวกของ หงส์ สุราษฎร์ธานี  ในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.นี้ โดยเป็นการที่เรานั้นใช้รถแห่ขบวนสารพัดรถที่จะมีไม่ว่าจะเป็นรถหรู เก๋ง มอไซร์ ฮาร์เลย์ ที่เรานั้นจะเอาเข้ามาร่วมในการแห่ถ้วยพรีเมี่ยร์ลีกจำลอง  ฉลองชัย จากที่หงส์แดงนั้นได้คว้าแชมป์ลีกรอบ 30 ปี นั่นเอง

ส่วนในทางด้านของคนหัวหน้าพรรคคนรักหงส์แดง สุราษฎร์ธานีนั้นได้กล่าวในความคิดคือเป็นการที่เรานั้นได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการโปรโมต ในเรื่องของความปลอดภัยอีกด้วยในเนื่องจากโรคโควิดนั่นเอง  และก็พร้อมที่จะให้เหล่านักท่องเที่ยวนั้นกลับเข้ามาเที่ยวเยี่ยมเยือน

นายยุทธนา มงคลนิมิต ที่เป็นประทาน  ชมรมคนรักหงส์นั่นเอง ได้ออกมากล่าวว่าเป็นเรื่องที่เรานั้นได้รู้ว่าหงส์แดงนั้นกว่าจะได้ชัยชนะมานั้นเป็นเรื่องที่นานมากเพราะว่าเป็นการที่เรานั้นเป็นการรอคอยกว่ามาถึงนั่นเอง และเป็นเรื่องที่เรานั้นรอคอยกันมายาวนานนั่นเอง  และก็ประทานชมรมนั้นได้ทำหนังสือเพื่อที่จะขอการใช้สถานที่และการที่เรานั้นเป็นการร่วมแห่การที่ไปสถานที่ต่างนั้น

เป็นเรื่องที่เรานั้นได้ทำการขออนุญาติไปแล้วนั้นเองแต่หารู้หรือไม่ว่าเป็นการที่เรานั้นได้รับเรื่องเกี่ยวกับการโปรโมทเพราะว่าเรานั้นได้ทำหนังสือเพื่อที่จะเป็นการบอกและก็ขอเกี่ยวกับการที่เราต้องใช้รถในการแห่ขบาวนนั่นเองและหลังจากนั้นเราจะมีบรรดารถแห่ไม่ว่าจะเป็นรถหกล้อ  รถมอไซร์ ฮาร์เลย์ รถเก๋ง รถกระบะ ที่จะเข้ามีการเป็นส่วนร่วมในการแห่ครั้งนี้นั่นเอง

แต่ไม่ว่าอย่างไรนั้นการที่เรานั้นทำอย่างนี้ก็เป็นการที่เราทำให้คนที่ชื่นชอบเกี่ยงกับหงส์แดงนั้นได้เข้ามาร่วมแสดงความดีใจและก็พูดคุยกันนั่นเอง  ในขณะที่เรานั้นมีการแห่นั้นรถที่เรานั้นคิดว่าที่เข้าร่วมนั้นจะมีประมาณ 50 กว่าคัน และผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมนั้นจะมีประมาณ 300 คนเป็นอย่างต่ำ

และเรานั้นก็เป็นการที่โปรโมทเกี่ยวกับเรื่อง โรคโควิดที่ตอนนี้เป็นระยะเวลาประมาณกว่า 2 เดือนแล้วที่บ้านเรานั้นสามารถที่จะควบคุมเรื่องโรคนี้ได้นั่นเอง และก็ถือว่าเป็นการที่เรานั้นโปรโมทในเรื่องที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวของสุราษฎร์ธานีนั้นกลับมาท่องเที่ยวได้เหมือนเดิมนั่นเอง

ในระหว่างที่เรานั้นร่วมกันแห่ขบวนนั้นเราก็ต้องใช้เวลาที่เราต้องการไปถึงสถานที่นั้นประมาณ 2 ชั่วโมงนั่นเอง หลังจากนั้นก็จะเป็นการที่เรามีกิจกรรมที่ทำพร้อมกันและเป็นการชูถ้วยแชมป์ขึ้นอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  dewabet

ไค ฮาเวิรตซ์ย้ายซบเชลซีพร้อมเซ็นสัญญาอยู่ด้วย 5 ปี 

          เชื่อว่าในวันนี้หลังจาก แฟนบอลของเชลซีให้ได้ยินข่าว เกี่ยวกับการซื้อตัวนักเตะเข้ามาร่วมทีม กับทางสโมสรเชลซีแล้วก็คงจะต้องดีใจกันอย่างแน่นอน  

เนื่องจากในวันนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เดือนกันยายนปีพศ2563 ทางด้านสโมสรฟุตบอลเชลซีได้ออกมาประกาศเกี่ยวกับเรื่องของการปิดดิลการซื้อนักเตะ ที่กำลังเป็นดาวรุ่งอยู่ในขณะนี้นั้นก็คือการที่ทางสโมสรเชลซีนั้นสามารถคว้าตัว ไค ฮาเวิรตซ์ ให้มาอยู่กับทางสโมสรเชลซีได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยในวันนี้ท่านเชลซีและ   ไค ฮาเวิรตซ์  ได้มีการตกลงทำสัญญากันเป็นที่เรียบร้อยโดยเอกสารสัญญานั้นมีการระบุไว้ชัดเจนว่า ไค ฮาเวิรตซ์ จะต้องอยู่กับสโมสรเชลซีเป็นระยะเวลา 5 ปีด้วยกัน  ซึ่งข้อตกลงสัญญานี้เป็นอันว่าได้รับการตอบรับเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างเป็นทางการ

   อย่างไรก็ตามแต่ทางร้านสโมสรเชลซีนั้นไม่ได้ซื้อตัวเพียงแค่ ไค ฮาเวิรตซ์ให้มาร่วมทีมเพียงเท่านั้น  เพราะก่อนหน้านี้ทางสโมสรเชลซีก็ได้มีการซื้อตัวนักเตะหน้าใหม่มาอีกหลายคนซึ่งท่านนับรวม ไค ฮาเวิรตซ์ที่มีการเซ็นสัญญากันในวันนี้ก็เป็นทั้งหมด 7 คนแล้วด้วยกัน  โดยช่วงที่มีการซื้อตัวนักเตะนั้นเป็นแค่ช่วงเวลา Summer สั้นๆนี้เท่านั้นเองแต่ก็สามารถปิดบิลการค้าได้อย่างสวยงามและเชลซีก็มีนักเตะที่ตนเองต้องการอยากจะให้มาร่วมทีมได้มากถึง 7 คนแล้ว

  สำหรับการเซ็นสัญญาระหว่างเชลซีกับไค ฮาเวิรตซ์ นั้นถึงแม้จะมีการระบุแล้วว่ามีการทำเอกสารและมีลายเซ็นกันเป็นที่เรียบร้อยแต่ทางร้านสโมสรเชลซีและ ไค ฮาเวิรตซ์ ก็ไม่ยอมออกมาประกาศว่าสุดท้ายแล้วค่าตัวของ ไค ฮาเวิรตซ์ ได้เป็นจำนวนเงินไปเท่าไหร่  เราไม่ว่านักข่าวหรือใครถามทางด้านตัวแทนสโมสรเชลซีรวมถึงไค ฮาเวิรตซ์  ก็ไม่ยอมปิดปากบอกค่าตัวกันเลย 

       จากการที่นักข่าวสัมภาษณ์ ไค ฮาเวิรตซ์  เขาได้พูดถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้มีการเซ็นสัญญากับทางเซลล์ C แล้วว่าเขารู้สึกมีความสุขและมันเหมือนกับเป็นความฝันที่ในที่สุดแล้วเขาก็ได้มาอยู่ในสโมสรที่โด่งดังอย่างเชลซีซึ่งแน่นอนว่าเขาวาดหวังเป็นอย่างมากว่าเขาจะทำความฝันที่เขาหวังไว้นั้นให้เป็นจริง

  โดยทางด้าน ไค ฮาเวิรตซ์ ยังบอกอีกด้วยว่าเขาคาดหวังว่าจะสามารถเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วก็อยากจะเจอเพื่อนร่วมทีมของเขาเร็วๆนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนร่วมทีมเท่านั้นที่เขาอยากเจอแต่เราทีมงานทั้งหลายพวกสต๊าฟโค้ชเขาก็อยากจะทำความรู้จักเพื่อที่จะได้สนิทสนมและอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ํา 100 โบนัส 100

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นายมันยอดคน

หากจะพูดถึงนักเตะสักคนที่เป็นต้นแบบของนักกีฬาฟุตบอล คงจะหนีไม่พ้นชายที่ชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าดาวยิงชาวโปรตุเกส ที่ล่าสุดนั้นยิงประตูในนามทีมชาติทะลุไปเกินหนึ่งร้อยประตูแล้ว

 ซึ่งเป็นนักเตะในประวัติศาสตร์ของโปรตุเกส คนแรกที่ทำได้ถึงขนาดนี้ โดยก่อนหน้านี้นั้น หากจะพูดถึงนักเตะโปรตุกีส ที่โด่งดังนั้น ก็จะมีตำนานอย่าง ยูเซบิโอ ศูนย์หน้าดาวยิงในยุคก่อนที่เคยพาโปรตุเกสได้อันดับสามฟุตบอลโลกมาแล้ว หรือจะเป็นนักเตะที่ชื่อว่า หลุยส์ ฟิโก้ ที่เป็นตำนานของชาวโปรตุเกสอีกคน

 แต่สองคนนั้นได้ต่างกับโรนัลโด้ อย่างสิ้นเชิง เพราะเค้าทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่เป็นเดอะแบกพาทีมชาติโปรตุเกสคว้าแชมป์ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาเป็นเกียรติยศให้กับชาติตัวเองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโปรตุเกส หรือจะเป็นนักเตะชาวโปรตุกีส ที่คว้าบังลังค์ดอร์ได้ถึงห้าสมัย ร่วมไปถึงการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกกับสองสโมสร

 นั่นก็คือ แมนยูไนเต็ด และ ราชันชุดขาว รีลมาดริด เผลออาจจะมีกับอีกสโมสรอย่าง ม้าลายยูเวนตุสก็ได้ แต่ที่น่าชื่นชมไปมากกว่านั้น โรนัลโด้ อาจจะไม่ใช่นักเตะที่เก่งมาจากพรสวรรค์ เหมือนกับ ลีโอเนล เมสซี่ แต่เค้านักเตะที่เป็นต้นแบบของนักกีฬาฟุตบอลหรือกีฬาทุกประเภท ที่สร้างวินัยให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง 

รวมไปถึงการดูแลตัวเอง จากเด็กคนหนึ่งที่ย้ายมาจากสโมสรสปอตติ้งลิสบอน ในโปรตุเกส กับการเป็นตัวแทนของเดวิด เบ็คแฮม ตำนานเบอร์เจ็ดของผีแดง แมนยู ทำให้ความกดดันถาโถมเข้าสู่ตัวนักเตะคนนี้ และก็ตำหนิและดูถูกในช่วงแรก แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เป็นผลทำให้เค้าแย่ลง

 แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้เค้าหมั่นฝึกซ้อมและกลายเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นในเวลาต่อมา จนได้รับการติดต่อขอซื้อไปอยู่ มาดริด ซึ่งที่แห่งนี้นั้นกลายเป็นสโมสรที่ทำให้นักเตะคนนี้ได้ฉายแวว และปล่อยฝีเท้าทุกสิ่งทุกอย่าง จนพาราชันชุดขาวประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและกลายเป็นตำนานของสโมสร ซึ่งเป็นตำนานที่เหนือกว่า ราอูล กอนซาเลซ อดีตตำนานและสัญลักษณ์ของราชันชุดชาวเสียอีก 

และในนามทีมชาติ เค้าก็เหมือนทุกสิ่งอย่างและเป็นจุดศูนย์รวมของเพื่อนผอง ที่ทุกคนต่างยอมรับและให้ความนับถือกับนักเตะคนนี้ จนทุกวันนี้มันเปรียบเสมือนว่า โรนัลโด้ คือทีมชาติโปรตุเกส และทีมฟุตบอลชาติโปรตุเกส ก็คือชายที่มีชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

สนับสนุนโดย  betbb

บทเรียนราคาแพงของ ยอโควิช

หากใครที่ได้ชมการแข่งขันการตีเทนนิส เมื่อวันที่ 6 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2563 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คงจะ   ได้ทราบกันแล้วว่าในวันแข่งขันดังกล่าวรอบที่ มีนักเทนนิสชื่อก้องโลก อย่าง โนวัค ยอโควิช เข้าร่วมการแข่งขันในวันนั้นด้วย            เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อในขณะที่มีการแข่งขันตีเทนนิสกันอยู่ดีดี

แต่ด้วยการเล่นที่ไม่ได้อย่างใจ และอารมณ์หัวเสียนั้นมีมากจนเกินไป ทำให้ โนวัค ยอโควิช กระทำการไม่สมควรขึ้นนั่นก็คือ การที่เขาตั้งใจที่จะตีลูกเทนนิสให้ไปกระทบกับขอบสนามเพื่อเป็นการระบายอารมณ์ ที่เขากำลังอารมณ์เสียอยู่

แต่เกิดพลาดเมื่อแทนที่ลูกเทนนิสจะตกไปที่พื้นแล้วกระเด้งไปทางอื่น ลูกเทนนิสลูกนั้นดันกระดอนไปตัดเข้าที่ผู้กำกับ ที่ยืนกำกับเส้นที่ขอบสนาม ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ  ซึ่งผู้ที่กำกับเส้นที่ขอบสนามและเป็นคนที่โชคร้ายนั่นก็คือ  ลอร่า คล้าร์ก

ซึ่งหลังจากที่ทำลูกบอลกระเด้งไปโดน ลอร่า คล้าร์ก  แบบไม่ตั้งใจแล้ว โนวัค ยอโควิชก็รีบวิ่งไปขอโทษ ลอร่า คล้าร์ก   ทันทีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ให้บทเรียนกับ โนวัคยอโควิชอย่างมากเลยทีเดียว

เพราะว่าจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขานั้นไม่สามารถที่จะเข้าแข่งขันรายการนี้ต่อได้อีกนั่นเองและที่สำคัญเขาถูกปรับให้แพ้ดังนั้นตลอดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมของรายการยูเอสโอเพ่นจะไม่มีนักเทนนิสที่ชื่อโนวัคยอโควิชอีกต่อไปและไม่เพียงเท่านั้น

บทเรียนที่เขาได้รับนั้นยังแลกมากับเงินรางวัลที่เขาควรจะได้อีกด้วยซึ่งในขณะนี้รอบการแข่งขันของเขานั้นหรือรอบ 16 คนสุดท้ายดังนั้นการที่เขาตีเทนนิสเข้ามาก่อนหน้านั้นเขามีเงินรางวัลจากการแข่งขันมาแล้วถึง 8 ล้านบาทด้วยกัน

และเพราะเหตุการณ์ที่เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ในครั้งนี้นั่นเองทำให้เงินการแข่งขันที่เขามีการสะสมเอาไว้ถูกริบคืนไปทันทีแน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่นี้เท่านั้น เขายังจะต้องถูกปรับเงินซึ่งเขาต้องเอาเงินส่วนตัวของตนเองออกไปอีกจ่ายอีก สามแสนกว่าบาท

ซึ่งเงินดังกล่าวนี้จะเป็นยอดเงินที่เขาต้องถูกเรียกเก็บเกี่ยวกับการประพฤติของเขาเองซึ่งถือว่าเป็นค่าปรับของการที่เขาแสดงนิสัยที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬาออกมาให้เห็นและเหตุการณ์ในครั้งนี้มันเป็นประสบการณ์ที่เขาคงจะไม่มีวันลืม

และถึงแม้ว่าเขาเองก็ได้ออกมาขอโทษผู้กำกับเส้นหญิงที่ได้รับความบาดเจ็บเพราะเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าเขามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเขาหัวเราะจนเกินไปและเขาก็ได้รู้และนำเรื่องราวในครั้งนี้เป็นบทเรียนเพื่อที่จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

 

สนับสนุนโดย  ole777

นักเตะทีมเกษมบัณฑิตทำร้ายคู่แข่งจนต้องเข้าโรงพยาบาล

แค่เกมอุ่นเครื่อง นักเตะทีมเกษมบัณฑิตทำร้ายคู่แข่งจนต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะหัวแตก

ในโลกออนไลน์กำลังมีการแชร์คลิป  การแข่งขันฟุตบอลซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างทีมสโมสรอยุธยา  บางปะอิน เอฟซี  โดยการแข่งขันครั้งนี้ได้เข้าไปทำการแข่งขันกับทีมสโมสรเกษมบัณฑิต

ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นนัดอุ่นเครื่องเท่านั้น  โดยทั้งสองทีมนั้นอยู่ในการแข่งขันของทีมไทยลีก 3 เพราะอีกไม่กี่วันการแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทย  ก็จะกลับมาเปิดให้มีการแข่งขันกันได้ตามปกติเหมือนเดิมแล้ว

ดังนั้นหลายสโมสรจึงได้มีการนัดการแข่งขันเพื่อทำการอุ่นเครื่องกันขึ้น  อย่างไรก็ตามในการแข่งขันในครั้งนั้นได้ทำให้มีนักกีฬาได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล

ซึ่งนักกีฬาคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านาย ชนายุทธ  ศรีสวัสดิ์  ซึ่งเขาเป็นนักกีฬาอยู่ทีมสโมสรฟุตบอลอยุธยา บางปะอิน เอฟซี  โดยในคลิปจะเห็นว่าผู้เล่น  ของทางทีมสโมสรฟุตบอลเกษมบัณฑิตที่ชื่อว่า นายอรรถพล  กันหนู 

 สำหรับข้อความที่ถูกนำมาแชร์กันนั้นผู้โพสต์ก็คือผู้บาดเจ็บที่ชื่อว่านาย ชนายุทธ  ศรีสวัสดิ์ โดยเขาออกมาพูดถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าวว่าทางด้าน นายอรรถพล  กันหนู  นั้นได้มีการพูดคุยกับเขาว่าตนเองนั้นเป็นนักเตะที่เตะมานานแล้วมีความเก๋า

และมีความเก่ง  ซึ่งเขาบอกว่าเขาเองก็ยอมรับ  เพราะเขาเองก็เป็นเพียงแค่เด็กรุ่นใหม่ที่พึ่งเข้ามาร่วมสนามในการแข่งขันแต่ตลอดระยะเวลาของการแข่งขันนั้น

เขามองเห็นว่า นายอรรถพล  กันหนู  นั้นเล่นนอกเกมอยู่ตลอดเวลาและทำให้คนอื่นได้รับบาดเจ็บและเสียตลอดเวลาซึ่งเขามองว่าถ้าเล่นเพราะต้องการเอาชนะเล่นเพราะใส่ใจในการแข่งขันเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลย

แต่ก็มีความรู้สึกว่า นายอรรถพล กันหนู  นั้นเล่นรุนแรงมากเกินไป  โดยเขามองว่ามันไม่ได้เล่นไปตามเกมการแข่งขันเลย  เพราะนายอรรถพล  กันหนู   จ้องแต่จะทำร้ายคู่ต่อสู้

ซึ่งเขามองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำในเกมฟุตบอลการแข่งขันกันและเมื่อ นายอรรถพล  กันหนู  ทำคนอื่นได้รับบาดเจ็บก็ไม่เคยจะออกมาขอโทษหรือออกมายอมรับผิดที่ตัวเองทำไปเลย

ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์เรื่องนี้ออกไปทำให้คนได้เห็นวิธีการเล่นของนายอรรถพล  กันหนู  และต่างก็ต่อว่าว่าเล่นแรงมากจนเกินไปแทนที่การเล่นในครั้งนี้ก็เป็นการอุ่นเครื่องเพียงเท่านั้นเป็นการเล่นแบบกระชับมิตรน่าจะเล่นด้วยกันด้วยดีและเล่นไปตามกฎกติกาไม่ควรเล่นแรงจนทำให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ   

 อย่างก็ตามคงต้องรอดูกันต่อไปว่า ทางทีมเกษมบัณฑิต จะออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไรบ้าง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

หมดใจจริงๆ แล้ว

หลังจากข่าวกระแสการย้ายทีมของเมสซี่ ถูกประโคมข่าวจากสื่อต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดคำถามในใจของแฟนบอลหลายๆคนว่ามันจะเป็นไปได้จริงๆเหรอที่นักเตะอย่างเมสซี่ ที่เติบโตมากับสโมสรบาร์เซโลน่าตั้งแต่อายุสิบสามปี จะเดินจากบาร์เซโลน่าไปอย่างนี้ และทุกคนก็ยังคงนึกภาพไม่ออกว่า เมสซี่ ได้ย้ายไปเล่นฟุตบอลให้กับทีมสโมสรอื่นบนโลกใบนี้

แต่จากล่าสุดกรณีที่เมสซี่ ไม่ได้ไปซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลน่า เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเปิดฤดูกาลใหม่นั้น มันจึงเป็นสัญญาณบ่งบอกค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า เมสซี่ ไปจากบาร์เซโลน่าค่อนข้างแน่ ซึ่งเรื่องนี้จากแหล่งข่าวคนใกล้ชิดของเมสซี่เองได้เปิดเผยว่า เมสซี่ ไม่นับตัวเองเป็นนักเตะภายใต้สีเสื้อของบาร์เซโลน่าเองอีกต่อไป ร่วมถึงไม่ใช่นักเตะของกุนซือคนใหม่อย่างโรนัล คูมัน ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างปัญหาให้กับบอร์ดบริหารเป็นอย่างมากสำหรับกรณีนี้

และได้มีการเรียกตัวแทนของเมสซี่ ซึ่งก็คือคุณพ่อของเค้าที่เป็นเอเย่นต์ส่วนตัวในการรับเรื่องต่างๆของเจ้าตัวเข้ามาพูดคุยและหาทางออกสำหรับการแก้ปัญหานี้ดีที่สุด โดยทั้งหมดนี้เองเริ่มต้นจากความหมดใจของตัวเมสซี่ และการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดของบอร์ดบริหารมาตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา

จนฟางเส้นสุดท้ายก็มาขาดจากคำพูดของกุนซือคนใหม่อย่างคูมันว่า ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆให้กับเมสซี่อีกต่อไป และไม่มีคำว่าตัวจริงสำหรับเค้าอีกแล้ว ด้วยคำพูดเช่นนี้ จากกองฟางที่ถูกไฟเผา มันเหมือนถูกราดน้ำมันถังใหญ่ให้ไฟลุกท่วมในคัมป์นู จากนักเตะที่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรและเหมือนทุกอย่างมาตลอดยี่สิบปี

ดูเหมือนว่าทุกอย่างได้จบลงแล้วระหว่างตัวเมสซี่ กับสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ยังคงลุกลามไปถึงแฟนบอลที่เรียกได้ว่า ร้อยละร้อยของแฟนบอลนั้น รักเมสซี่และเชิดชูแทบทุกคน ได้ออกมาเรียกร้องและประท้วงการกระทำของบอร์ดบริหาร รวมไปถึงกุนซือคนใหม่ ให้ออกมาขอโทษเมสซี่

และต้องทำทุกอย่างเพื่อรั้งเมสซี่ให้ได้ โดยเรื่องนี้เองก็ไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน และแบบไหน แต่สิ่งเดียวที่รู้ได้ชัดว่า ไม่ว่าจะอย่างไรเชื่อเหลือเกินว่า แฟนบอลทั่วโลกจะไม่ได้เห็นเมสซี่ สวมใส่เสื้อของบาร์เซโลน่า อีกต่อไปอย่างแน่นอน เพราะเจ้าตัวคงไม่คิดจะกลับไปเล่นฟุตบอลให้สโมสรแห่งนี้อีกแล้ว ส่วนเรื่องจะย้ายทีมไปที่ไหนนั้น คงต้องเป็นเรื่องของอนาคตของเจ้าตัวที่ต้องติดตามดูกันต่อไป