ไค ฮาเวิรตซ์ย้ายซบเชลซีพร้อมเซ็นสัญญาอยู่ด้วย 5 ปี 

          เชื่อว่าในวันนี้หลังจาก แฟนบอลของเชลซีให้ได้ยินข่าว เกี่ยวกับการซื้อตัวนักเตะเข้ามาร่วมทีม กับทางสโมสรเชลซีแล้วก็คงจะต้องดีใจกันอย่างแน่นอน  

เนื่องจากในวันนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เดือนกันยายนปีพศ2563 ทางด้านสโมสรฟุตบอลเชลซีได้ออกมาประกาศเกี่ยวกับเรื่องของการปิดดิลการซื้อนักเตะ ที่กำลังเป็นดาวรุ่งอยู่ในขณะนี้นั้นก็คือการที่ทางสโมสรเชลซีนั้นสามารถคว้าตัว ไค ฮาเวิรตซ์ ให้มาอยู่กับทางสโมสรเชลซีได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยในวันนี้ท่านเชลซีและ   ไค ฮาเวิรตซ์  ได้มีการตกลงทำสัญญากันเป็นที่เรียบร้อยโดยเอกสารสัญญานั้นมีการระบุไว้ชัดเจนว่า ไค ฮาเวิรตซ์ จะต้องอยู่กับสโมสรเชลซีเป็นระยะเวลา 5 ปีด้วยกัน  ซึ่งข้อตกลงสัญญานี้เป็นอันว่าได้รับการตอบรับเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างเป็นทางการ

   อย่างไรก็ตามแต่ทางร้านสโมสรเชลซีนั้นไม่ได้ซื้อตัวเพียงแค่ ไค ฮาเวิรตซ์ให้มาร่วมทีมเพียงเท่านั้น  เพราะก่อนหน้านี้ทางสโมสรเชลซีก็ได้มีการซื้อตัวนักเตะหน้าใหม่มาอีกหลายคนซึ่งท่านนับรวม ไค ฮาเวิรตซ์ที่มีการเซ็นสัญญากันในวันนี้ก็เป็นทั้งหมด 7 คนแล้วด้วยกัน  โดยช่วงที่มีการซื้อตัวนักเตะนั้นเป็นแค่ช่วงเวลา Summer สั้นๆนี้เท่านั้นเองแต่ก็สามารถปิดบิลการค้าได้อย่างสวยงามและเชลซีก็มีนักเตะที่ตนเองต้องการอยากจะให้มาร่วมทีมได้มากถึง 7 คนแล้ว

  สำหรับการเซ็นสัญญาระหว่างเชลซีกับไค ฮาเวิรตซ์ นั้นถึงแม้จะมีการระบุแล้วว่ามีการทำเอกสารและมีลายเซ็นกันเป็นที่เรียบร้อยแต่ทางร้านสโมสรเชลซีและ ไค ฮาเวิรตซ์ ก็ไม่ยอมออกมาประกาศว่าสุดท้ายแล้วค่าตัวของ ไค ฮาเวิรตซ์ ได้เป็นจำนวนเงินไปเท่าไหร่  เราไม่ว่านักข่าวหรือใครถามทางด้านตัวแทนสโมสรเชลซีรวมถึงไค ฮาเวิรตซ์  ก็ไม่ยอมปิดปากบอกค่าตัวกันเลย 

       จากการที่นักข่าวสัมภาษณ์ ไค ฮาเวิรตซ์  เขาได้พูดถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้มีการเซ็นสัญญากับทางเซลล์ C แล้วว่าเขารู้สึกมีความสุขและมันเหมือนกับเป็นความฝันที่ในที่สุดแล้วเขาก็ได้มาอยู่ในสโมสรที่โด่งดังอย่างเชลซีซึ่งแน่นอนว่าเขาวาดหวังเป็นอย่างมากว่าเขาจะทำความฝันที่เขาหวังไว้นั้นให้เป็นจริง

  โดยทางด้าน ไค ฮาเวิรตซ์ ยังบอกอีกด้วยว่าเขาคาดหวังว่าจะสามารถเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วก็อยากจะเจอเพื่อนร่วมทีมของเขาเร็วๆนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนร่วมทีมเท่านั้นที่เขาอยากเจอแต่เราทีมงานทั้งหลายพวกสต๊าฟโค้ชเขาก็อยากจะทำความรู้จักเพื่อที่จะได้สนิทสนมและอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ํา 100 โบนัส 100

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นายมันยอดคน

หากจะพูดถึงนักเตะสักคนที่เป็นต้นแบบของนักกีฬาฟุตบอล คงจะหนีไม่พ้นชายที่ชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าดาวยิงชาวโปรตุเกส ที่ล่าสุดนั้นยิงประตูในนามทีมชาติทะลุไปเกินหนึ่งร้อยประตูแล้ว

 ซึ่งเป็นนักเตะในประวัติศาสตร์ของโปรตุเกส คนแรกที่ทำได้ถึงขนาดนี้ โดยก่อนหน้านี้นั้น หากจะพูดถึงนักเตะโปรตุกีส ที่โด่งดังนั้น ก็จะมีตำนานอย่าง ยูเซบิโอ ศูนย์หน้าดาวยิงในยุคก่อนที่เคยพาโปรตุเกสได้อันดับสามฟุตบอลโลกมาแล้ว หรือจะเป็นนักเตะที่ชื่อว่า หลุยส์ ฟิโก้ ที่เป็นตำนานของชาวโปรตุเกสอีกคน

 แต่สองคนนั้นได้ต่างกับโรนัลโด้ อย่างสิ้นเชิง เพราะเค้าทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่เป็นเดอะแบกพาทีมชาติโปรตุเกสคว้าแชมป์ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาเป็นเกียรติยศให้กับชาติตัวเองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโปรตุเกส หรือจะเป็นนักเตะชาวโปรตุกีส ที่คว้าบังลังค์ดอร์ได้ถึงห้าสมัย ร่วมไปถึงการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกกับสองสโมสร

 นั่นก็คือ แมนยูไนเต็ด และ ราชันชุดขาว รีลมาดริด เผลออาจจะมีกับอีกสโมสรอย่าง ม้าลายยูเวนตุสก็ได้ แต่ที่น่าชื่นชมไปมากกว่านั้น โรนัลโด้ อาจจะไม่ใช่นักเตะที่เก่งมาจากพรสวรรค์ เหมือนกับ ลีโอเนล เมสซี่ แต่เค้านักเตะที่เป็นต้นแบบของนักกีฬาฟุตบอลหรือกีฬาทุกประเภท ที่สร้างวินัยให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง 

รวมไปถึงการดูแลตัวเอง จากเด็กคนหนึ่งที่ย้ายมาจากสโมสรสปอตติ้งลิสบอน ในโปรตุเกส กับการเป็นตัวแทนของเดวิด เบ็คแฮม ตำนานเบอร์เจ็ดของผีแดง แมนยู ทำให้ความกดดันถาโถมเข้าสู่ตัวนักเตะคนนี้ และก็ตำหนิและดูถูกในช่วงแรก แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เป็นผลทำให้เค้าแย่ลง

 แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้เค้าหมั่นฝึกซ้อมและกลายเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นในเวลาต่อมา จนได้รับการติดต่อขอซื้อไปอยู่ มาดริด ซึ่งที่แห่งนี้นั้นกลายเป็นสโมสรที่ทำให้นักเตะคนนี้ได้ฉายแวว และปล่อยฝีเท้าทุกสิ่งทุกอย่าง จนพาราชันชุดขาวประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและกลายเป็นตำนานของสโมสร ซึ่งเป็นตำนานที่เหนือกว่า ราอูล กอนซาเลซ อดีตตำนานและสัญลักษณ์ของราชันชุดชาวเสียอีก 

และในนามทีมชาติ เค้าก็เหมือนทุกสิ่งอย่างและเป็นจุดศูนย์รวมของเพื่อนผอง ที่ทุกคนต่างยอมรับและให้ความนับถือกับนักเตะคนนี้ จนทุกวันนี้มันเปรียบเสมือนว่า โรนัลโด้ คือทีมชาติโปรตุเกส และทีมฟุตบอลชาติโปรตุเกส ก็คือชายที่มีชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

สนับสนุนโดย  betbb

บทเรียนราคาแพงของ ยอโควิช

หากใครที่ได้ชมการแข่งขันการตีเทนนิส เมื่อวันที่ 6 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2563 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คงจะ   ได้ทราบกันแล้วว่าในวันแข่งขันดังกล่าวรอบที่ มีนักเทนนิสชื่อก้องโลก อย่าง โนวัค ยอโควิช เข้าร่วมการแข่งขันในวันนั้นด้วย            เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อในขณะที่มีการแข่งขันตีเทนนิสกันอยู่ดีดี

แต่ด้วยการเล่นที่ไม่ได้อย่างใจ และอารมณ์หัวเสียนั้นมีมากจนเกินไป ทำให้ โนวัค ยอโควิช กระทำการไม่สมควรขึ้นนั่นก็คือ การที่เขาตั้งใจที่จะตีลูกเทนนิสให้ไปกระทบกับขอบสนามเพื่อเป็นการระบายอารมณ์ ที่เขากำลังอารมณ์เสียอยู่

แต่เกิดพลาดเมื่อแทนที่ลูกเทนนิสจะตกไปที่พื้นแล้วกระเด้งไปทางอื่น ลูกเทนนิสลูกนั้นดันกระดอนไปตัดเข้าที่ผู้กำกับ ที่ยืนกำกับเส้นที่ขอบสนาม ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ  ซึ่งผู้ที่กำกับเส้นที่ขอบสนามและเป็นคนที่โชคร้ายนั่นก็คือ  ลอร่า คล้าร์ก

ซึ่งหลังจากที่ทำลูกบอลกระเด้งไปโดน ลอร่า คล้าร์ก  แบบไม่ตั้งใจแล้ว โนวัค ยอโควิชก็รีบวิ่งไปขอโทษ ลอร่า คล้าร์ก   ทันทีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ให้บทเรียนกับ โนวัคยอโควิชอย่างมากเลยทีเดียว

เพราะว่าจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขานั้นไม่สามารถที่จะเข้าแข่งขันรายการนี้ต่อได้อีกนั่นเองและที่สำคัญเขาถูกปรับให้แพ้ดังนั้นตลอดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมของรายการยูเอสโอเพ่นจะไม่มีนักเทนนิสที่ชื่อโนวัคยอโควิชอีกต่อไปและไม่เพียงเท่านั้น

บทเรียนที่เขาได้รับนั้นยังแลกมากับเงินรางวัลที่เขาควรจะได้อีกด้วยซึ่งในขณะนี้รอบการแข่งขันของเขานั้นหรือรอบ 16 คนสุดท้ายดังนั้นการที่เขาตีเทนนิสเข้ามาก่อนหน้านั้นเขามีเงินรางวัลจากการแข่งขันมาแล้วถึง 8 ล้านบาทด้วยกัน

และเพราะเหตุการณ์ที่เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ในครั้งนี้นั่นเองทำให้เงินการแข่งขันที่เขามีการสะสมเอาไว้ถูกริบคืนไปทันทีแน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่นี้เท่านั้น เขายังจะต้องถูกปรับเงินซึ่งเขาต้องเอาเงินส่วนตัวของตนเองออกไปอีกจ่ายอีก สามแสนกว่าบาท

ซึ่งเงินดังกล่าวนี้จะเป็นยอดเงินที่เขาต้องถูกเรียกเก็บเกี่ยวกับการประพฤติของเขาเองซึ่งถือว่าเป็นค่าปรับของการที่เขาแสดงนิสัยที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬาออกมาให้เห็นและเหตุการณ์ในครั้งนี้มันเป็นประสบการณ์ที่เขาคงจะไม่มีวันลืม

และถึงแม้ว่าเขาเองก็ได้ออกมาขอโทษผู้กำกับเส้นหญิงที่ได้รับความบาดเจ็บเพราะเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าเขามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเขาหัวเราะจนเกินไปและเขาก็ได้รู้และนำเรื่องราวในครั้งนี้เป็นบทเรียนเพื่อที่จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

 

สนับสนุนโดย  ole777

นักเตะทีมเกษมบัณฑิตทำร้ายคู่แข่งจนต้องเข้าโรงพยาบาล

แค่เกมอุ่นเครื่อง นักเตะทีมเกษมบัณฑิตทำร้ายคู่แข่งจนต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะหัวแตก

ในโลกออนไลน์กำลังมีการแชร์คลิป  การแข่งขันฟุตบอลซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างทีมสโมสรอยุธยา  บางปะอิน เอฟซี  โดยการแข่งขันครั้งนี้ได้เข้าไปทำการแข่งขันกับทีมสโมสรเกษมบัณฑิต

ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นนัดอุ่นเครื่องเท่านั้น  โดยทั้งสองทีมนั้นอยู่ในการแข่งขันของทีมไทยลีก 3 เพราะอีกไม่กี่วันการแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทย  ก็จะกลับมาเปิดให้มีการแข่งขันกันได้ตามปกติเหมือนเดิมแล้ว

ดังนั้นหลายสโมสรจึงได้มีการนัดการแข่งขันเพื่อทำการอุ่นเครื่องกันขึ้น  อย่างไรก็ตามในการแข่งขันในครั้งนั้นได้ทำให้มีนักกีฬาได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล

ซึ่งนักกีฬาคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านาย ชนายุทธ  ศรีสวัสดิ์  ซึ่งเขาเป็นนักกีฬาอยู่ทีมสโมสรฟุตบอลอยุธยา บางปะอิน เอฟซี  โดยในคลิปจะเห็นว่าผู้เล่น  ของทางทีมสโมสรฟุตบอลเกษมบัณฑิตที่ชื่อว่า นายอรรถพล  กันหนู 

 สำหรับข้อความที่ถูกนำมาแชร์กันนั้นผู้โพสต์ก็คือผู้บาดเจ็บที่ชื่อว่านาย ชนายุทธ  ศรีสวัสดิ์ โดยเขาออกมาพูดถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าวว่าทางด้าน นายอรรถพล  กันหนู  นั้นได้มีการพูดคุยกับเขาว่าตนเองนั้นเป็นนักเตะที่เตะมานานแล้วมีความเก๋า

และมีความเก่ง  ซึ่งเขาบอกว่าเขาเองก็ยอมรับ  เพราะเขาเองก็เป็นเพียงแค่เด็กรุ่นใหม่ที่พึ่งเข้ามาร่วมสนามในการแข่งขันแต่ตลอดระยะเวลาของการแข่งขันนั้น

เขามองเห็นว่า นายอรรถพล  กันหนู  นั้นเล่นนอกเกมอยู่ตลอดเวลาและทำให้คนอื่นได้รับบาดเจ็บและเสียตลอดเวลาซึ่งเขามองว่าถ้าเล่นเพราะต้องการเอาชนะเล่นเพราะใส่ใจในการแข่งขันเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลย

แต่ก็มีความรู้สึกว่า นายอรรถพล กันหนู  นั้นเล่นรุนแรงมากเกินไป  โดยเขามองว่ามันไม่ได้เล่นไปตามเกมการแข่งขันเลย  เพราะนายอรรถพล  กันหนู   จ้องแต่จะทำร้ายคู่ต่อสู้

ซึ่งเขามองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำในเกมฟุตบอลการแข่งขันกันและเมื่อ นายอรรถพล  กันหนู  ทำคนอื่นได้รับบาดเจ็บก็ไม่เคยจะออกมาขอโทษหรือออกมายอมรับผิดที่ตัวเองทำไปเลย

ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์เรื่องนี้ออกไปทำให้คนได้เห็นวิธีการเล่นของนายอรรถพล  กันหนู  และต่างก็ต่อว่าว่าเล่นแรงมากจนเกินไปแทนที่การเล่นในครั้งนี้ก็เป็นการอุ่นเครื่องเพียงเท่านั้นเป็นการเล่นแบบกระชับมิตรน่าจะเล่นด้วยกันด้วยดีและเล่นไปตามกฎกติกาไม่ควรเล่นแรงจนทำให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ   

 อย่างก็ตามคงต้องรอดูกันต่อไปว่า ทางทีมเกษมบัณฑิต จะออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไรบ้าง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

เสริมทัพดุ เพื่อแชมป์ที่ต้องการ

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ฟุตบอลที่เรียกได้ว่ามีฐานแฟนบอลอยู่ทั่วโลก และอาจจะเป็นทีมที่แฟนบอลมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะตลอดเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมานั้น ภายใต้การคุมทีมของ ป๋า เฟอร์กี้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้สร้างผลงานไว้มากมาย

ด้วยการกวาดแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุดกว่าทีมใดๆ รวมไปถึงการสร้างขุมกำลังนักเตะที่มีทั้งซื้อมาปั้นและมีทั้งดันมาจากชุดเยาวชน และหล่อหลอมจนกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากกว่าทีมใดๆ

 จนเมื่อวันหนึ่งงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ในวันที่ไม่มีป๋า เฟอร์กี้ แมนยูไนเต็ดไร้ซึ่งความน่ากลัว ไม่ว่าเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปกี่คนต่อกี่คน ทุกอย่างดูเหมือนจะถอยหลังลงคลองยิ่งกว่าเดิม

 จนล่าสุดสัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเริ่มที่จะมีให้เห็น เมื่อทางบอร์ดบริหารนั้นได้มอบความไว้วางใจให้ลูกหม้อเก่าศิษย์นักเตะของป๋า เฟอร์กี้ อย่างโซลชา เข้ามาทำหน้าที่แทน และทุกอย่างก็กลับตาลปัตร 

การทำงานกลิ่นอายของป๋า เฟอร์กี้ เริ่มกลับมีให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่น การเปลี่ยนตัว หรือแม้กระทั่งการซื้อตัวนักเตะ โซลชาได้แสดงให้เห็นว่า เค้าเป็นโคลนนิ่งของป๋า เฟอร์กี้ อย่างแท้จริง ทุกอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

 และดูไปได้สวยและน่าติดตาม และในฤดูกาลที่กำลังจะเปิดใหม่นี้ โซลชาและขุมกำลังของเค้าก็เตรียมพร้อมที่จะขยับขึ้นไปทาบรัศมี แมนซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ให้ได้ และในตอนนี้การเสริมทัพของโซลชา ก็มีให้น่าสนใจด้วยการที่จะคว้าตัว จานโด ซานโช่ นักเตะพรสวรรค์ไกลของดอร์ทมุนด์มาให้ได้

 ซึ่งหากได้มาจริง เกมรุกของโซลชา ที่มีสามประสานอย่าง แรชฟอร์ด มาซิยาล และอารอน กรีน วู้ด จะดูน่ากลัวยิ่งขึ้นเข้าไปอีก เพราะลำพังข้างหลังของเด็กทั้งสามคนนี้มี ตัวปั้นเกม และคุมเกมอย่างสองสุดยอดนักเตะ ป๊อกบา และ แฟร์นันเดส อยู่ มันคงทำให้แมนยูติดลมบนอย่างแน่นอน 

ส่วนอีกตำแหน่งที่กำลังเฝ้าติดตามอยู่ด้วยกองหลังที่จะต้องหามายืนคู่กับแมคไกว์นั้น นักเตะอย่าง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ของไลป์ซิกก็กำลังจะมีโอกาสได้มาลิ้มรสบรรยากาศพรีเมียร์ลีกในไม่ช้านี้

 เพราะกองหลังตัวนี้เรียกว่ามีของ และได้ช่วยให้ไลป์ซิก ไปไกลในยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกมาแล้ว และถ้าได้นักเตะคนนี้มาจริง แมนยู น่าจะเป็นอีกหนึ่งทีมที่ขุมกำลังในฤดูกาลหน้านี้น่าจะมีของให้ได้ลุ้นกันแบบเต็มตัวจนจบฤดูกาลใหม่นี้แน่นอน

 

สนับสนุนโดย  betbbthai

หมดใจจริงๆ แล้ว

หลังจากข่าวกระแสการย้ายทีมของเมสซี่ ถูกประโคมข่าวจากสื่อต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดคำถามในใจของแฟนบอลหลายๆคนว่ามันจะเป็นไปได้จริงๆเหรอที่นักเตะอย่างเมสซี่ ที่เติบโตมากับสโมสรบาร์เซโลน่าตั้งแต่อายุสิบสามปี จะเดินจากบาร์เซโลน่าไปอย่างนี้ และทุกคนก็ยังคงนึกภาพไม่ออกว่า เมสซี่ ได้ย้ายไปเล่นฟุตบอลให้กับทีมสโมสรอื่นบนโลกใบนี้

แต่จากล่าสุดกรณีที่เมสซี่ ไม่ได้ไปซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลน่า เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเปิดฤดูกาลใหม่นั้น มันจึงเป็นสัญญาณบ่งบอกค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า เมสซี่ ไปจากบาร์เซโลน่าค่อนข้างแน่ ซึ่งเรื่องนี้จากแหล่งข่าวคนใกล้ชิดของเมสซี่เองได้เปิดเผยว่า เมสซี่ ไม่นับตัวเองเป็นนักเตะภายใต้สีเสื้อของบาร์เซโลน่าเองอีกต่อไป ร่วมถึงไม่ใช่นักเตะของกุนซือคนใหม่อย่างโรนัล คูมัน ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างปัญหาให้กับบอร์ดบริหารเป็นอย่างมากสำหรับกรณีนี้

และได้มีการเรียกตัวแทนของเมสซี่ ซึ่งก็คือคุณพ่อของเค้าที่เป็นเอเย่นต์ส่วนตัวในการรับเรื่องต่างๆของเจ้าตัวเข้ามาพูดคุยและหาทางออกสำหรับการแก้ปัญหานี้ดีที่สุด โดยทั้งหมดนี้เองเริ่มต้นจากความหมดใจของตัวเมสซี่ และการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดของบอร์ดบริหารมาตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา

จนฟางเส้นสุดท้ายก็มาขาดจากคำพูดของกุนซือคนใหม่อย่างคูมันว่า ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆให้กับเมสซี่อีกต่อไป และไม่มีคำว่าตัวจริงสำหรับเค้าอีกแล้ว ด้วยคำพูดเช่นนี้ จากกองฟางที่ถูกไฟเผา มันเหมือนถูกราดน้ำมันถังใหญ่ให้ไฟลุกท่วมในคัมป์นู จากนักเตะที่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรและเหมือนทุกอย่างมาตลอดยี่สิบปี

ดูเหมือนว่าทุกอย่างได้จบลงแล้วระหว่างตัวเมสซี่ กับสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ยังคงลุกลามไปถึงแฟนบอลที่เรียกได้ว่า ร้อยละร้อยของแฟนบอลนั้น รักเมสซี่และเชิดชูแทบทุกคน ได้ออกมาเรียกร้องและประท้วงการกระทำของบอร์ดบริหาร รวมไปถึงกุนซือคนใหม่ ให้ออกมาขอโทษเมสซี่

และต้องทำทุกอย่างเพื่อรั้งเมสซี่ให้ได้ โดยเรื่องนี้เองก็ไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน และแบบไหน แต่สิ่งเดียวที่รู้ได้ชัดว่า ไม่ว่าจะอย่างไรเชื่อเหลือเกินว่า แฟนบอลทั่วโลกจะไม่ได้เห็นเมสซี่ สวมใส่เสื้อของบาร์เซโลน่า อีกต่อไปอย่างแน่นอน เพราะเจ้าตัวคงไม่คิดจะกลับไปเล่นฟุตบอลให้สโมสรแห่งนี้อีกแล้ว ส่วนเรื่องจะย้ายทีมไปที่ไหนนั้น คงต้องเป็นเรื่องของอนาคตของเจ้าตัวที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

กองกลางเยอะขนาดนี้ แล้วจะให้เล่นตรงไหน

 

ตอนนี้ต้องบอกได้คำเดียวว่า การเสริมทัพของทีมปีศาจแดงเรียกได้ว่าจี๊ดจ้าดมากขึ้นทุกวัน เพราะด้วยการซื้อนักเตะแต่ละคนของ โอเล่ กุนน่า โซลชา เรียกได้ว่าเข้าตาแฟนบอลเหลือเกิน เพราะทุกตัวที่นายใหญ่แห่งทัพปีศาจแดงนี้ซื้อมาแทบไม่ผิดหวังสักคน และเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมทุกประการ ไม่ว่าจะ อารอน วาริสก้า หรือบูรโน่ แฟรนันเดส

จนรายล่าสุดก็ได้กองกลางชั้นดีจากอาแจ๊กซ์มาอีกหนึ่งคนนั้นคือ ฟาน เดอ เบค ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการซื้อนักเตะที่ชาญฉลาดมาก เพราะนักเตะคนนี้เรียกได้ว่าครบเครื่องจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นด้วยบทบาทเพลย์เมกเกอร์ และทำได้ทั้งยิงและจ่าย แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในทัพผีแดงไม่รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาหรือเปล่า เพราะด้วยขุมกำลังที่มีอยู่แล้วในตำแหน่งกองกลาง หรือจอมทัพนั้น ซึ่งมีทั้ง ป๊อกบา และบูรโน่ แฟรนันเดส แล้ว

รวมไปถึงกองกลางคนอื่นๆ ทั้ง เฟรด มาติช หรือ แมคโทมิเนียร์ ที่ตอนนี้นั้นตำแหน่งกองกลางแมนยู แทบจะเดินชนกันในห้องแต่งตัว แล้วคราวนี้นายใหญ่ของผีแดงจะจัดทัพกันอย่างไร เพราะในเวลานี้นั้นต้องบอกว่าตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์เองของแมนยูคือ บูรโน่ แฟร์นันเดส ที่ต้องบอกว่าตั้งแต่เค้าเข้ามาทำให้เกมการเล่นของผีแดงดีวันดีคืนอย่างเห็นได้ชัด

และยังทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับการเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์คู่กลาง ในสไตล์ บ๊อกซ์ ทู บ๊อกซ์ ประสานงานกันอย่างลงตัวกับ พอล ป๊อกบา อยู่แล้วมันจึงทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้ว ฟาน เดอ เบค จะอยู่ตรงไหน แต่ก็ไม่แน่ว่า โซลชาอาจจะมีการปรับทัพจากที่ชอบเล่นสูตรสี่สามสาม กลายมาเป็นสี่สามสอง เล่นกองหน้าคู่

หรือจะเปลี่ยนไปเป็นสามสี่สาม โดยเล่นหลังสามคน ซึ่งทั้งสองวิธีนี้จะทำให้มีกองกลางสี่คนที่สามารถลงพร้อมกันได้ โดยอาจจะให้ บรูโน่ แฟร์นันเดส เล่นเป็นหลังกองหน้าทำเกมเป็นเพลย์เมกเกอร์ แล้วให้ฟาน เดอ เบค เล่นคู่กับ ป๊อก บา เป็นมิดฟิลด์คู่กลาง แบบบ๊อกซ์ ทู บ๊อกซ์

แล้วหากองกลางตัวรับสไตล์บีล้างผลาญ โดยอาจจะให้เฟร๊ด จอมขยันวิ่งไล่ตัดบอล หรือแมค โทมิเนียร์ ขาโหดตัดเกมรูกคู่แข่ง ก็น่าจะเป็นชุดกองกลางที่ดูจะลงตัวที่สุด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงการได้ตัวนักเตะคนนี้มา ก็จะทำให้แมนยูไนเต็ด มีเกมบุกที่หลายหลาย และปรับแผนการเล่นได้อย่างมากมายเลย

เดนนิส คีธ ร็อดแมน (Denis Keith Rodman) ราชารีบาวด์

ต้องบอกว่าสำหรับในวัยเด็กของเขาถือได้ว่าเขาอยู่มาอย่างยากลำบากมากยิ่งนัก ซึ่งแทบจะพูดได้เลยว่าสังคมที่เขาอยู่นั้นแทบจะมองหรือจะทำให้เขา มีโอกาสที่จะส่งผลให้เขานั้น กลายเป็นขยะของสังคมได้เพราะสภาพแวดล้อมของเขาค่อนข้างที่จะดูแย่มากเลยทีเดียว

แต่ในขณะเดียวกันก็ถือได้ว่า เดนนิส คีธ ร็อดแมน นั้นได้โชคดีมากระดับ 1 เนื่องจากว่าแม่ของเขาและพี่สาวของเขานั้น ได้พากันชักจูงและประคับประคองเขาให้ไปได้ดีจนได้ในที่สุด โดยที่ไม่ปล่อยให้เขาหลงทางผิดๆจึงทำให้เขามีทุกวันนี้ได้ในขณะนี้

อย่างที่เห็นกันเลยว่าสำหรับชาวอเมริกันนั้นสิ่งที่เขาจะได้ดีก็คือการได้เป็นนักกีฬาและการเป็นนักกีฬาจะต้องมีชื่อเสียงที่โด่งดังอีกด้วย ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ากีฬาที่ค่อนข้างจะโด่งดังในชาวอเมริกันนั้นมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน นั่นก็คือฟุตบอลและบาสเกตบอล ซึ่งในขณะนั้นเขาก็ยังได้ออกมาพูดเกี่ยวกับตัวของเขาว่าเขาเป็นบุคคลที่ตัวเล็กและเล่นกีฬาประเภทนี้ไม่ค่อยได้ดีสักเท่าไหร่ ดังนั้นการทำให้ฝีมือของเขาดีมากยิ่งขึ้นมันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากอยู่พอสมควร

ช่วงเวลาหนึ่งที่เขาได้เรียนมัธยมปลายณที่เซาท์โอ๊คคลิฟ เดนนิส ร็อดแมน (Denis Rodman) เขานั้นได้เป็นนั่งเป็นตัวสำรองแทบจะทุกครั้งในการแข่งขันเลยแหละ เหตุผลต่างๆนานาสำหรับโค้ชที่แจ้งเข้ามาว่าเขานั้นมีตัวเล็กจนเกินไปและทักษะของเขาก็ดูแย่ค่อนข้างที่จะมากดังนั้นเขาจึงได้เป็นแค่ตัวสำรองเพียงเท่านั้น

ในช่วงเวลานั้นเซาท์โอ๊คคลิฟ เดนนิส ร็อดแมน เป็นช่วงเวลาที่เขามีสัดส่วนความสูงอยู่ที่ 168 cm เพียงเท่านั้น และความสูงเพียงเท่านี้ถือได้ว่าเป็นความสูงที่ไม่ถึงขั้นสำหรับเด็กที่เล่นกีฬาประเภทนี้ถือได้ว่าเขาไม่ผ่านเกณฑ์เอาซะเลย เพราะว่าบาสวันนั้นก็ไม่ใช่กีฬาชนิดเดียวที่เขาสันหาเล่น เพราะในช่วงเวลานั้นเขาก็ยังไปเล่นอเมริกันฟุตบอลอีกด้วย

แต่หลักในการเล่นอเมริกันฟุตบอลของเขานั้นก็ยังถือได้ว่ามันยังไม่ดีเท่าที่ควรหรือยังไม่เข้าเกณฑ์มาตรฐานอยากอยู่ดี ซึ่งเขาได้บ่นกับตัวเองว่าเขาทำอะไรก็ไม่ได้ดีไปหมดเลยเพราะว่าไม่ว่าจะเป็นบาสเกตบอลหรืออเมริกันฟุตบอลเขาก็ทำได้ไม่ดีเหมือนเช่นเคย

เขาเกิดความท้อแท้ในใจและหันไปทำความสะอาดเพื่อหาเงินมาให้กับครอบครัวของเขาและเลี้ยงตัวของเขาเอง แต่ในความโชคร้ายนั้นเพื่อนๆของเขาเห็นความ อะไรบางอย่างในตัวของเขา ดังนั้นเพื่อนๆจึงผลักดันให้เขากลับไปเล่นกีฬาอีก 1 ครั้ง การโน้มน้าวของเพื่อนทำให้เขาตัดสินใจกลับไปเล่นอีกครั้งและในขณะเดียวกัน เขาก็ดิ้นรนจนสามารถ เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ

ประโยชน์ของกาแฟสำหรับคนออกกำลังกาย

หลายคนคงงงว่ากาแฟกับคนออกกำลังกายมันเกี่ยวข้องกันอย่างไรแล้วมันได้ประโยชน์อย่างไรบ้างซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์ต่างๆเหล่านั้น เพราะเชื่อว่าหลายคนที่ชอบออกกำลังกายก็มักที่จะชอบทานกาแฟด้วยเช่นกัน อันที่จริงแล้วโทษของกาแฟมันก็ค่อนข้างที่จะมีและมันก็มีข่าวมาว่าไม่สมควรที่จะทานแต่ว่าคนส่วนใหญ่ก็มักจะติดกาแฟด้วยกันทั้งนั้น

อันที่จริงแล้วกาแฟมันมีข้อเสียของมันแต่มันก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีข้อดีอะไรเลยข้อดีของมันก็มีค่อนข้างที่จะรักหลายเหมือนกันดังนั้นถ้าหากกินอย่างถูกวิธีมันก็จะส่งผลดีมากกว่าผลเสียนะคะ ยกตัวอย่างเช่นมันจะช่วยในการลดอัตราในการเสี่ยงที่จะเกิดการเป็นนิ่ว และนอกจากนั้นยังเป็นการกระตุ้นในการเผาพลังงานพี่เป็นส่วนเกินของร่างกายของเราออกไปอีกด้วย และยังช่วยลดอัตราความเครียดที่อยู่ในความคิดของเราให้น้อยลงได้ด้วยซึ่งการยกตัวอย่างเรานี้ถือได้ว่าเป็นเบื้องต้นเท่านั้นเพราะมันยังมีประโยชน์ดีๆอีกมากมายที่เราไม่ได้เอ่ยถึง

ช่วยให้พลังงานแก่กล้ามเนื้อ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายในช่วงเช้า โดยมักจะออกไปในขณะที่ยังไม่ได้ทานอะไรหรือท้องยังว่างถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากว่าร่างกายของคุณไม่ได้รับพลังงานอะไรเลย ดังนั้นมันจึงส่งผลให้ไม่พร้อมสำหรับพี่จะออกกำลังกายนั่นเอง แต่ว่าอันที่จริงแล้วถ้าหากคุณได้ดื่มกาแฟสักถ้วยก่อนที่คุณจะไปออกกำลังกายก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมเลยนะ

เพราะมันเท่ากับว่าคุณจะได้รับพลังงานจากกาแฟนั่นเอง

สำหรับคาเฟอีนนั้นมันสามารถที่จะเข้าไปช่วยในการกระตุ้น การเพิ่มระดับไขมันในเลือด นั่นเท่ากับว่ามันจะช่วยให้ร่างกายของเรานั้นได้ใช้พลังงานต่างๆได้ดียิ่งขึ้น แต่สาเหตุนี้สำหรับคนที่ไม่พร้อมที่จะทำอาหารก่อนนะแต่ถ้าสำหรับผู้ที่มีอาหารรับประทานก่อนก็สามารถทานก่อน 1 ชั่วโมงก่อนที่ท่านจะไปออกกำลังกายมันจะเป็นทางที่ดีที่สุด

คาเฟอีนเป็นการกระตุ้นช่วยให้ร่างกายทำงานได้หนักขึ้น

มีการวิจัยและพูดถึงกันมากเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยทางการแพทย์เองแต่ก็ได้ออกมายอมรับว่า ผลลัพธ์ของการดื่มคาเฟอีนเข้าไปมีผลต่อร่างกายของเรา โดยมันจะเข้าไปลดสารอะดีโนซีน ที่อยู่ในร่างกายของเราให้ลดลงไป แต่ที่จริงสานเรานี้มันก็เกิดขึ้นในระหว่างที่เรามีการออกกำลังกายนะ โดยมันจะไปทำปฏิกิริยาให้ร่างกายของเรานั้นอ่อนแอลง ซึ่งเท่ากับว่าถ้าหากคุณได้ทานกาแฟในช่วงเช้าแล้ว ส่งผลให้ร่างกายของคุณแข็งแรงขึ้น หรือกล้ามเนื้อของคุณจะมีแรงนั่นเอง สำหรับผู้ที่ฝึกหรือออกกำลังกายแบบหักโหมแนะนำว่าให้ใช้วิธีนี้แหละ

 

สนับสนุนโดย  ทาง เข้า dewabet

เราควรมีทักษะการวิ่งเพราะอะไร

การวิ่งนั้นเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยม เพราะไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก แถมยังสามารถเล่นกีฬาชนิดนี้ได้โดยไม่ต้องรอใคร เพราะไม่ต้องใช้ผู้เล่นเหมือนกีฬาแบบทีม การวิ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเคยเรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเล่นไล่จับกับพ่อแม่ กับเพื่อน วิ่งในวิชาพละ หรือแม้กระทั่งวิ่งออกกำลังกาย 

แล้วรู้หรือไม่ว่าการวิ่งแม้จะดูเหมือนง่าย ไม่ต้องใช้ทักษะหรืออุปกรณ์อะไรมาก แต่ที่จริงแล้วการวิ่งนั้นจะต้องมีวิธีการ ลักษณะท่าทางในการวิ่งที่ถูกต้อง เพราะถ้าวิ่งผิดท่าผิดวิธีก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของร่างกายได้ และถ้าเรามีพื้นฐานวิ่งที่ดีเราจะสามารถนำทักษะการวิ่งไปใช้ในการเล่นกีฬาอย่างอื่นได้อีกหลายชนิดเลย เพราะการวิ่งเป็นพื้นฐานของกีฬาหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเก็ตบอล เทนนิส แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส แชร์บอล วอลเล่บอล เป็นต้น 

ลักษณะการวิ่งที่ดีมีอย่างไรบ้าง 

  1. การหายใจ

ขณะที่วิ่งควรหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ หากเมื่อไรที่หายใจไม่ทันแสดงว่า การวิ่งของเราเร็วเกินไป จะต้องชะลอความเร็วในการวิ่งลง เวลาวิ่งให้พยายามกำหนดการหายใจอยู่เสมอว่า เวลาหายใจเข้าพุงป่อง เวลาหายใจออกพุงยุบ เพื่อที่เวลาวิ่งนานๆจะได้ไม่มีอากรจุกเสียดชายโครง 

  1. การเลือกชุดวิ่ง

ควรเลือกชุดวิ่งที่มีน้ำหนักเบา ระบายอากาศ ระบายความร้อนได้ดี สบายผิวหนัง ไม่ควรเลือกชุดวิ่งที่มีตะเข็บแข็งๆ ไม่ควร ใส่ชุดที่รัดแน่นเกินไป

  1. การจัดมือ

ไม่กำมือแน่นหรือหลวมจนเกินไป ให้แขนผ่านลำตัว ไม่เหวี่ยงแขนเร็วหรือแรงจนเกินไป 

  1. รองเท้า

ควรเลือกรองเท้าสำหรับวิ่งเท่านั้น เพื่อรองรับแรงกระแทกและน้ำหนักตัว ไม่ควรเลือกไซส์หลวมหรือเล็กจนเกินไป 

  1. การก้าวเท้า

ไม่ต้องก้าวเท้าให้ยาวมาก ลงน้ำหนักเท้าเบาๆ ไม่ควรโน้มตัวไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป วิ่งให้ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติที่สุด

เมื่อเราสามารถจัดท่าทางการวิ่งให้ถูกต้อง ถูกวิธีได้แล้ว เราก็จะสามารถนำพื้นฐานในการวิ่งไปปรับใช้กับการเล่นกีฬาได้อีกหลายชนิด อย่างการเล่นฟุตบอล ก็ต้องมีการวิ่งเลี้ยงลูกฟุตบอล วิ่งรับส่งลูกฟุตบอล ซึ่งก็ต้องมีพื้นฐานการวิ่งที่ดี วิ่งได้รวดเร็ว หรือการเล่นแบดมินตัน แม้จะอยู่ในบริเวณสนามเล็กๆแต่ก็ต้องมีพื้นฐานในการวิ่งรับ วิ่งตบลูกขนไก่

ซึ่งก็ต้องมีพื้นฐานในการวิ่งเหมือนกัน ยิ่งวิ่งเร็ววิ่งดีก็จะรับลูกขนไก่ได้ทัน หรือการเล่นกรีฑาชนิดอื่น เช่น กระโดดไกล กระโดดสูง ล้วนแล้วแต่ต้องมีพื้นฐานการวิ่งทั้งนั้น  ฉะนั้นแล้วก่อนจะไปเล่นกีฬาชนิดอื่นๆสิ่งที่นักกีฬาพึงมีเลยคือพื้นฐาน และทักษะการวิ่งที่ดี เพื่อจะได้นำไปใช้ในกีฬาชนิดอื่นได้

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนสด